วิธีแทงไฮโล วิธีแทงพนันพื้นบ้านในรูปแบบออนไลน์

ถ้าหากพูดถึงไฮโล ใครที่ไม่เคยเล่น หรือรู้จักแต่ชื่อคงคิดว่ามันเป็นการพนันง่าย ๆ ที่มีแค่ลูกเต๋ากับถ้วยเขย่า ส่วนตัวผู้เล่นเองก็มีหน้าที่เพียงแค่แทงเท่านั้น แต่เอาจริงๆ แล้ว ถึงแม้ว่าไฮโลจะไม่ได้เล่นยาก แต่มันก็ไม่ได้เล่นง้ายๆ เหมือนเกมพนันบางอย่างที่จะแทงมั่วๆ แล้วจะชนะการเดิมพัน เพราะถ้ายังไม่เข้าใจ วิธีแทงไฮโล แล้วแทงแบบมั่ว ๆ อาจจะหมดตัวกันไวอย่างแน่นอน ซึ่งในวันนี้ mgm99win.cc จะพาไปรู้จักกับเกมเขย่าลูกเต๋าที่ฮิตจนคาสิโนออนไลน์ทุกที่ต้องมีกัน

 

เกมไฮโลมาจากไหน?

มีหลายคนเชื่อว่าเกมไฮโลนี้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน จากกลุ่มผู้ใช้แรงงานในจีน โดยเฉพาะนักก่อสร้างทั้งหลายที่นิยมเอาก้อนอิฐ หรือก้อนดินเผามาเขียนตัวเลขไว้ 6 ด้าน วิธีการเล่นสมัยนั้นก็ง่าย ๆ แค่ทายว่าจะออกเลขอะไรแล้วก็โยนลงพื้น ใครทายถูกก็ถือว่าชนะไป จากนั้นก็มีการพัฒนารูปแบบการเล่น และกติกาใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความท้าทายมากยิ่งขึ้นจนกลายเป็นที่นิยมในคาสิโนออนไลน์ในทุกวันนี้

วิธีแทงไฮโล

 

วิธีแทงไฮโล และอัตราจ่ายเงินรางวัล

สำหรับการเล่นไฮโลออนไลน์ก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด วิธีการเล่น และวิธีการวางเดิมพันก็เหมือนกับบ่อนตามบ้าน รวมไปถึงคาสิโนขนาดใหญ่ คือใช้กติกาเดียวกันหมดเลย ในการเล่นไฮโลสิ่งสำคัญกว่าการออกแต้มของลูกเต๋าทั้ง 3 ลูก ก็คือวิธีการแทง หรือวิธีการวางเดิมพัน ซึ่งในแต่ละรูปแบบการแทงที่เราเลือกไปนั้นมันจะมีอัตราจ่ายที่แตกต่างกันไป บางอันก็จ่ายเยอะ บางอันก็จ่ายน้อย จนไม่รู้ว่าจะแทงอันไหนดี ซึ่งถ้าไม่เข้าใจในจุดนี้มีเท่าไรก็แทงเสียแน่นอน ส่วนรูปแบบการแทงจะมีอยู่ 8 รูปแบบดังนี้

1. แทงต่ำ – สูง เป็นการแทงโดยใช้แต้มรวมของลูกเต๋าทั้ง 3 ลูกเป็นตัวตัดสิน หากแต้มรวมอยู่ระหว่าง 4-10 แต้มจะถือว่าเป็น ต่ำ และหากแต้มรวมอยู่ที่ 11-17 แต้มจะถือว่าเป็น สูง อัตราจ่ายจะอยู่ที่ 1 เท่าไม่รวมทุน

2. แทงคู่-คี่ เป็นอีกหนึ่งรูปแบบการแทงที่มีอัตราแพ้ชนะ 50 : 50 โดยเราจะทายว่าแต้มรวมที่ออกมาเป็นเลขคู่หรือเลขคี่ หากทายถูกก็จะได้รับเงินรางวัล ส่วนอัตราจ่ายจะอยู่ที่ 1 เท่าไม่รวมทุนเช่นกัน

3. แทงเต็งเดี่ยว สำหรับวิธีการแทงแบบนี้ถือว่าค่อนข้างง่าย เพียงแค่ทายหมายเลข 1 – 6 เท่านั้น หากทอยลูกเต๋าออกมาแล้วมี 1 ใน 3 ลูกที่ออกผลตรงกับที่เราแทงไว้ ก็ถือว่าชนะในตานั้น อัตราจ่ายจะอยู่ที่ 1 เท่าไม่รวมทุน

4. แทงโต๊ด เป็นการแทงแบบเจาะจงพร้อมกัน 2 หมายเลข (1-6) ว่าลูกเต๋าจะออกหน้าอะไรกับหน้าอะไร โดยเงื่อนไขการชนะก็คือเราจะต้องทายให้ถูก 2 ใน 3 ลูก เท่านั้น สำหรับอัตราจ่ายจะอยู่ที่ 5 เท่าไม่รวมทุน

5. แทงแต้มรวม ในการแทงแต้มรวมถือว่าเป็นการแทงที่มีอัตราการจ่ายหลากหลายที่สุด เพราะเราจะต้องทายว่าแต้มรวมของลูกเต๋าทั้งหมดจะได้กี่แต้ม และในแต้มรวมแต่ละแต้มก็จะมีอัตราจ่ายไม่เท่ากัน ดังนี้

  • ถ้าผลรวมเท่ากับ 4 หรือ 17 แต้ม อัตราจ่ายจะอยู่ที่ 50 เท่าไม่รวมทุน
  • ถ้าผลรวมเท่ากับ 5 หรือ 16 แต้ม อัตราจ่ายจะอยู่ที่ 18 เท่าไม่รวมทุน
  • ถ้าผลรวมเท่ากับ 6 หรือ 15 แต้ม อัตราจ่ายจะอยู่ที่ 14 เท่าไม่รวมทุน
  • ถ้าผลรวมเท่ากับ 7 แต้ม อัตราจ่ายจะอยู่ที่ 12 เท่าไม่รวมทุน
  • ถ้าผลรวมเท่ากับ 8 แต้ม อัตราจ่ายจะอยู่ที่ 8 เท่าไม่รวมทุน
  • ถ้าผลรวมอยู่ระหว่าง 9 – 13 แต้ม อัตราจ่ายจะอยู่ที่ 6 เท่าไม่รวมทุน

6. แทงเต็งคู่ รูปแบบการแทงจะคล้ายกับการแทงโต๊ด คือลูกเต๋าสองในสามลูกจะต้องออกหน้าที่เราแทงไว้ เพียงแต่การแทงเต็งคู่จะเป็นการแทงเลขเดียว (1-6) และสองในสามลูกจะต้องออกเลขเดียวกับที่เราแทงไว้ อัตราจ่ายจะอยู่ที่ 8 เท่าไม่รวมทุน

7. แทงตองแบบไม่เจาะจงตัวเลข เงื่อนไขการชนะในการแทงรูปแบบนี้ก็คือขอให้ลูกเต๋าทั้ง 3 ลูก ออกหน้าเดียวกัน จะเป็นเลขอะไรก็ได้ อัตราจ่ายจะอยู่ที่ 24 เท่าไม่รวมทุน

8. แทงตองแบบเจาะจงตัวเลข การแทงรูปแบบนี้จะต่างจากการแทงตองทั่วไปคือ เราต้องทายว่าลูกเต๋าทั้งสามลูกจะออกหมายเลขอะไรระหว่าง 1-6 โดยสามลูกจะต้องออกหน้าเดียวกับที่เราทายไว้เท่านั้นถึงจะชนะ อัตราจ่ายจะอยู่ที่ 150 เท่าไม่รวมทุน

บทความที่เกี่ยวข้อง

แทง บอล ออนไลน์ มือใหม่หัดแทงบอลไม่ควรพลาด

แทง บอล ออนไลน์ เป็นการเดิมพันที่ผู้คนส่วนใหญ่จะรู้จักกันดีอยู่แล้ว ในปัจจจุบันนี้บอกได้เลยว่ากำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในการแทงบอลออนไลน์